ระบบการดูแลผู้สูงอายุ
แบบใดที่คนไทยต้องการ?

การจัดการโครงสร้างเครือข่ายบริการสุขภาพระดับจังหวัด (Local Service Delivery Network) นโยบายเพื่อผู้สูงอายุที่ต้องจับเข่าคุย

cover image

ปัจจุบัน ยังมีผู้สูงอายุ
ที่เข้าไม่ถึงการรักษาหรือตกหล่น
จากบริการสุขภาพที่ควรได้รับ

ส่งผลต่อสุขภาพกายใจของผู้สูงอายุและคนในครอบครัว ทั้งยังเสียโอกาสทางเศรษฐกิจเมื่อผู้สูงอายุไม่สามารถดูแลตนเองได้

expect-ressult-1

จะดีกว่าไหม?

หากประเทศไทยมีระบบดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม และไร้รอยต่อ สามารถยกระดับเครือข่ายการบริการ ในท้องถิ่นให้เป็นมาตรฐานและครอบคลุม

- มีหน่วยประสานงานเรื่องสิทธิในโรงพยาบาล
- ไม่ยุ่งยากเรื่องข้อมูลและการติดต่อ
- มีบริการรถรับ-ส่งจากบ้านถึงโรงพยาบาล
- มีกลุ่มให้คำปรึกษาและกำลังใจแก่ครอบครัว
- มีอุปกรณ์ที่จำเป็นให้หมุนเวียนใช้ฟรี ฯลฯ

เพิ่มการเข้าถึงระบบบริการที่จำเป็น มีชีวิตยามชราที่แข็งแรง ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

expect-ressult-2
expect-ressult-3

เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ

ได้รับบริการสุขภาพครบถ้วน ต่อเนื่อง และทันเวลา ทั้งด้านการรักษาและการป้องกันโรค รวมถึงการทำกายภาพฟื้นฟู

!

จำเป็นต้องมีระบบที่รองรับสัดส่วนผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
เพื่ออำนวยความสะดวก และลดอัตราที่ผู้สูงอายุจะเข้าสู่ภาวะพึ่งพิงโดยไม่จำเป็น

circle image

สัดส่วนผู้สูงอายุ ต่อประชากรทั้งหมด (%)

chart

จากข้อมูลปี พ.ศ. 2563 ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุกว่า 12 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 18% จากประชากรทั้งหมด 66.5 ล้านคน และคาดการณ์ว่าภายใน ปี พ.ศ. 2565 สัดส่วนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด* ซึ่งหมายถึงการเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society)”

*ข้อมูลจาก รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2563 โดย มส.ผส.

แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องฝ่าฟัน
เพื่อให้เกิดนโยบายที่ตอบโจทย์

การนำรูปแบบการจัดการที่มีอยู่ไปทำซ้ำหรือขยายผลในแต่ละพื้นที่ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากบริบทที่แตกต่าง

ในปัจจุบัน พยาบาลและนักกายภาพบำบัดมักต้องทำหน้าที่ประสานการดูแลไปด้วย ทำให้มีภาระงานหนักเกินควร

ขาดการบูรณาการการทำงานระดับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด

ขาดระบบขนส่งสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องใช้กายอุปกรณ์ ทำให้เข้ารับบริการสุขภาพและเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้ยากลำบาก

ระบบการส่งต่อคนไข้ยังเน้นเป็นรายครั้งและดูแลเฉพาะโรค ทำให้หน่วยงานในพื้นที่ที่นอกเหนือจากโรงพยาบาลชุมชนไม่ได้รับข้อมูลคนไข้อย่างทั่วถึง

ภาครัฐขาดระบบการช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุชั่วคราว (respite care) รวมถึงระบบที่สามารถให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาแก่ญาติที่เป็นผู้ดูแลได้

ทำอย่างไร?

จึงสามารถพัฒนาการจัดการเครือข่ายบริการสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในระดับจังหวัด เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับบริการสุขภาพที่ดีขึ้น อย่างน้อย 4 บริการสุขภาพ* ที่มีความจำเป็นต่อการรองรับสังคมสูงวัย

การดูแลผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care) การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long-Term Care)
ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม และ การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง (Palliative Care)

กระบวนการหาคำตอบRISE Impact ได้จัดกระบวนการหารือเชิงนโยบายในประเด็นนี้ทั้งหมด 3 ครั้งรวมผู้เข้าร่วมกว่า 46 คน
- ตัวแทนหน่วยบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และตัวแทนหน่วยบริการสุขภาพทุกระดับใน จ.เชียงใหม่การจัดการโครงสร้างเครือข่ายบริการสุขภาพระดับจังหวัดทำความเข้าใจระบบกับผู้ที่เกี่ยวข้องจริงในระดับจังหวัด รวมทั้งหาช่องว่างในระบบบริการสุขภาพ และหาแนวทางการจัดการเครือข่ายบริการสุขภาพรูปแบบใหม่ร่วมกัน ผ่านเครื่องมือ patient journeyการจัดการโครงสร้างเครือข่ายบริการสุขภาพระดับจังหวัด- หา ‘จุดร่วม’ ในการยกระดับเครือข่ายบริการสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในระดับจังหวัด ทำให้เกิดบริการสุขภาพที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับโรงพยาบาลจนถึงชุมชน จากตัวแทนผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริการสุขหลายจังหวัดหลายเขตสุขภาพ - ทบทวนเส้นทางและปัญหาจากประสบการณ์ของผู้สูงอายุในการรับบริการสุขภาพ (patient journey) กับผู้เข้าร่วมที่มาจากหลายบริบท เพื่อให้ได้แนวทางข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นไปได้และมีโอกาสขยายผลได้- ตัวแทนหน่วยบริการทางสุขภาพทุกระดับในจังหวัด - เจ้าหน้าที่หรือแพทย์ที่ให้บริการสำหรับผู้สูงอายุหลายบริการ ได้แก่ การดูแลระยะกลาง ระยะยาว การดูแลแบบประคับประคอง และภาวะสมองเสื่อม - หน่วยบริหารที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ได้แก่ สสจ. สสอ. และองค์การปกรองส่วนท้องถิ่น- ผู้ให้บริการเอกชนโดยมุ่งเชิญ 3 จังหวัด ที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเยอะ หรือปานกลาง คละเขตสุขภาพ และไม่ใช่กรุงเทพมหานครการจัดการโครงสร้างเครือข่ายบริการสุขภาพระดับจังหวัด- หารือความเป็นไปได้เพื่อให้ข้อเสนอการยกระดับเครือข่ายบริการสุขภาพแก่ผู้สูงอายุระดับจังหวัดเกิดขึ้นจริง- สามารถนำผลจากการหารือไปประกอบการสังเคราะห์ร่างข้อเสนอเชิงนโยบายได้- เปิดพื้นที่ให้ผูเข้าร่วมเห็นโอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลง- ตัวแทนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันให้เกิดนโยบายตามแนวทางข้อเสนอได้- ผู้มีประสบการณ์และผู้รับผิดชอบการพัฒนานโยบายรองรับสังคมสูงวัย - ตัวแทนผู้ให้บริการและผู้บริหารในระบบบริการสุขภาพระดับจังหวัด
ข้อสรุปจากกระบวนการจากกระบวนการที่สร้างการมีส่วนร่วมจากผู้เข้าร่วมอันหลากหลายสามารถเกิดข้อสรุปในเชิงเนื้อหาได้ดังนี้
  • ข้อเสนอที่ 1

    การบูรณาการข้อมูลเพื่อการดูแลอย่าง รอบด้าน

  • ข้อเสนอที่ 2

    การสร้างพื้นที่และบริการดูแลผู้สูงอายุชั่วคราว (Respite Care)

  • ข้อเสนอที่ 3

    การจัดกลุ่มหนุนใจ (Support Group) ให้ผู้ดูแล

  • ข้อเสนอที่ 4

    การจัดระบบรถรับส่งให้เข้าถึงบริการสุขภาพและบริการทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุทั้งกลุ่มติดสังคม ติดบ้าน และติดเตียง

ดาวน์โหลดข้อสรุป
  • ข้อเสนอที่ 5

    การพัฒนาหน่วยประสานการดูแลเพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยในระดับจังหวัด

ดาวน์โหลดข้อเสนอเชิงนโยบาย

สิ่งที่เกิดขึ้นจาก
กระบวนการ

Policy dialogue ไม่ได้มีแต่ผลลัพธ์เชิงเนื้อหา แต่ยังสามารถสร้างคุณค่าในการผลักดันเชิงนโยบาย

  • ผู้เข้าร่วมหลากหลายระดับได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

    ผู้เข้าร่วมให้ความสนใจและมีแรงบันดาลใจอย่างมาก เนื่องจากประเด็นเหล่านี้ เป็นปัญหาสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบัน เกิดความคิดเห็นผู้เข้าร่วม หลายระดับ หลายหน่วยงาน ทั้งระบบบริการสุขภาพ และหน่วยงานที่ดูแลคุณภาพชีวิตแบบองค์รวม

  • ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีความรู้สึกเชิงบวกต่อข้อเสนอเรื่องการบูรณาการข้อมูล

    ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีความรู้สึกเชิงบวกต่อข้อเสนอเรื่องการบูรณาการข้อมูล

  • ผู้เข้าร่วมวงหารือทุกคนสนใจและรู้สึกว่าข้อเสนอเรื่องการจัดกลุ่มหนุนใจ (support group) สร้างแรงบันดาลใจ

    ผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กรมกิจการผู้สูงอายุ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มองว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ ทุกหน่วยงานกำลังพยายามทำอยู่และจะทำต่อไป หลังจากได้หารือในวงพูดคุย

ข้อเสนอเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้อง

จากการสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาจากกระบวนการที่ใช้วิธีการอันหลากหลาย จึงเกิดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายขึ้น

  • การพัฒนาหน่วยประสานการดูแล เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยในระดับจังหวัด

  • การเสริมพลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

  • การปรับกลไกการทำงานของ คณะกรรมการผู้สูงอายแห่งชาติ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการผลักดันนโยบายรองรับสังคมสูงวัย

นโยบายสูงอายุที่คุณอาจสนใจ

  • กลไกการติดตามขับเคลื่อนนโยบายเรื่องผู้สูงอายุ

    (Governing Mechanism)

  • ระบบบริการและการดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อม

    (Dementia)

  • การสูงวัยในถิ่นที่อยู่อาศัยเดิม อย่างมีสุขภาวะ

    (Aging in Place)

  • ระบบการดูแลแบบประคับประคอง

    (Palliative Care)