เป็นอยู่อย่างไร

ในช่วงวัยที่เราอาจเลอะเลือน

ระบบบริการและการดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อม (Dementia) นโยบายที่ต้องผลักดัน

cover image

สมองเสื่อมเป็นภาวะที่ส่วนใหญ่ ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ผู้ป่วยอาจอยู่ในภาวะทุพพลภาพยาวนาน 10-20 ปี

ภาวะสมองเสื่อมจึงไม่ได้มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อผู้ดูแลและคนรอบข้างซึ่งมีจำนวนใกล้เคียงกับผู้ป่วย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ และสังคม

expect-ressult-1

จะดีกว่าไหม หากประเทศไทยมีระบบคัดกรอง และดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อมอย่างมีประสิทธิภาพ

มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีทั้งผู้ป่วย และครอบครัว ลดการพึ่งพาเจ้าหน้าที่ในระบบสาธารณสุขในการดูแล

เร่งคัดแยกผู้สูงอายุที่มีภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย (MCI) ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญของภาวะสมองเสื่อมตั้งแต่เนิ่นๆ

เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้ตระหนักถึงภาวะทางสมอง ของตนเอง เพิ่มโอกาสในการปรับพฤติกรรมเพื่อกระตุ้นและชะลอความเสื่อมของสมอง

expect-ressult-2
expect-ressult-3

มีบริการดูแลผู้ป่วยชั่วคราว (Respite Service) ทั้งแบบศูนย์บริการ หรืออยู่ในชุมชน

ผู้ป่วยไม่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพังยามที่ผู้ดูแลมีกิจธุระ อีกทั้งยังเพื่ื่อลดความเหนื่อย ท้อ เครียดสะสม ของผู้ดูแล จากการดูแลที่ต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจ

เกิดเครือข่ายเกื้อกูลผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม (Support Group)

เพื่อสอดส่องดูแลสุขภาพใจ ทั้งความเครียดและภาวะ ซึมเศร้าในญาติที่เป็นผู้ดูแล จัดกิจกรรมเสริมแรงใจ รวมถึงช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์

expect-ressult-2
!

ภาวะสมองเสื่อมเป็นอาการที่พบมากในผู้สูงอายุ อาจพบได้ถึง 0.2-1 ล้านคน* จากประชากรผู้สูงอายุในปี 2563 ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศไทยต่อการเตรียมรับมือ จำนวนผู้มีภาวะพึ่งพิงที่อาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากภาวะทางสมอง

*คำนวณจากความชุกผู้ป่วยสมองเสื่อมในไทย 2-10% :
ข้อมูลจาก มส.ผส., “ภาวะสมองเสื่อม” ป่วยเพิ่มปีละ 1 แสนราย สถิติชี้ ร้อยละ 50 ของผู้สูงวัย80ขึ้นไปมีอาการ (2020)

circle image

ความรุนแรงของภาวะสมองเสื่อมในระยะต่างๆ ยังส่งผลต่อความสามารถ ในการใช้ชีวิตประจำวันด้วยตนเอง ยิ่งอยู่ในระยะรุนแรงมากขึ้น ก็จะยิ่งสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิต และมีโอกาสมีอาการทางประสาทจิตเวชร่วมด้วย เช่น อาการหลงผิด ประสาทหลอน มีปัญหาการนอนหลับ เป็นต้น

emotion

การพึ่งพาผู้ดูแลจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก

แต่การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม 1 คนอย่างครอบคลุมและมีคุณภาพ อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 50,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายด้านการจ้างผู้ดูแล ค่ายา ค่าปรับปรุง สภาพบ้าน หรือซ่อมแซมข้าวของเสียหาย

chart-1

หรือหากไม่จ้าง สมาชิกครอบครัวก็ต้องสูญเสียรายได้จากงานประจำ 9,000-15,000 บาทต่อเดือน เป็นอย่างน้อย

และยังพบว่า ผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม 9 ใน 10 ราย มีอาการเครียดและวิตกกังวลหลายครั้งต่อสัปดาห์*

chart-2

*ข้อมูลจาก Alzheimer's Society survey, Carers for people with dementia struggling in silence (2018)

แต่ยังมีความท้าทายหลายประการ

เพื่อให้เกิดระบบการบริการที่ตอบโจทย์

ระบบการคัดกรองผู้มีภาวะสมองเสื่อมเป็นคอขวด เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์ที่สามารถคัดกรองและดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อมได้ มีจำนวนจำกัด และมักมีภาระงานหนัก

บุคลากรในพื้นที่ไม่มีความรู้และกำลังในการจัดการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม รวมถึงการจัด intervention เพื่อกระตุ้นสมอง ชะลอความเสื่อม

บุคลากรในพื้นที่ ขาดความตระหนักเรื่องภาวะสมองเสื่อม ไม่เห็นความเร่งด่วน และผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ไม่ต้องการคัดกรองภาวะทางสมอง รวมถึงทัศนคติแง่ลบ ต่อภาวะสมองเสื่อมในสังคมไทย เช่น รู้สึกอับอาย กลัวไม่ได้รับการยอมรับ

ระบบการจัดบริการดูแลระยะยาวไม่ได้ตอบสนองต่อการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมเนื่องจากต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องวันละ 24 ชั่วโมง และยังเป็นการดูแลที่ต่อเนื่องยาวนานนับสิบปี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

ทำอย่างไร?

จึงเกิดระบบที่คัดกรองได้ตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถ หาทางกระตุ้นสมอง ชะลอไม่ให้เข้าสู่ภาวะ สมองเสื่อมในอนาคตได้ และสร้างความตระหนักรู้ต่อภาวะสมองเสื่อม

และทำอย่างไร ให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมได้รับการดูแลที่เหมาะสม เกิดกลไกสนับสนุนญาติ ที่เป็นผู้ดูแล เพื่อช่วยลดภาระสำหรับครอบครัวให้ได้มากที่สุด

โดยแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อย่อย

ระบบคัดกรองภาวะสมองเสื่อม

กลไกเจ้าภาพบริหารจัดการระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระยะยาวและการดูแลผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม

กระบวนการหาคำตอบRISE Impact ได้จัดกระบวนการหารือเชิงนโยบาย ในประเด็นนี้ทั้งหมด 2 หัวข้อทั้งหมด 5 ครั้ง ผู้เข้าร่วมกว่า 97 คน
การบูรณาการการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมและการดูแลผู้ป่วยระยะยาว- ร่วมหารือความต้องการในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ความท้าทายและอุปสรรคที่ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องหรือเต็มคุณภาพ- ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น : ทางออกจะเป็นอย่างไรได้บ้าง- ร่วมหารือ : จะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดภาพในอุดมคติ ใครคือ เจ้ามือ เจ้าภาพ เจ้าของผู้ที่เกี่ยวข้องในการดูแลทุกมุมมอง ทั้งผู้ที่จัดการดูแลระยะยาวและผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมในระดับครอบครัว หน่วยบริการสุขภาพทุกระดับ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยระยะยาวและผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม ได้แก่ สาธารณสุขจังหวัด กรมกิจการผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบล รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการระบบดูแลผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมแบบครบวงจรกลไกสนับสนุนผู้ดูแล ครอบครัว และชุมชน ในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม- แลกเปลี่ยนบทบาทปัจจุบันและความคาดหวังของตนเอง ต่อยุทธศาสตร์ การสนับสนุนผู้ดูแล ครอบครัว และชุมชน ในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม โดยแบ่งวงหารือเป็นกลุ่มย่อย - นำเสนอร่างยุทธศาสตร์และร่วมกันอภิปรายรายละเอียดข้อเสนอและความเป็นไปได้ในการผลักดันสู่การปฏิบัติจริงหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม ทั้งหน่วยงานส่วนกลางที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนานโยบาย ตัวแทนหน่วยงานและบุคคลในระดับท้องถิ่น รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเป้าหมายหลักผู้เข้าร่วมและกลุ่มเป้าหมายประชาชนทั่วไปคละกลุ่มอายุ คละจังหวัด คละพื้นที่อาศัย (ในเขตเทศบาลเมืองและนอกเขตเทศบาลเมือง) จำนวนอย่างน้อย 400 คนกระจาย ‘ห้องทดลองสมองเสื่อม’ ระยะ เวลา 3 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 3-23 พฤษภาคม 2564 มีผู้ให้ความสนใจร่วมให้ความคิดเห็นทั้งหมด 896 รายการ จาก 70 จังหวัด โดยมีการกระจายของเพศสภาพ ช่วงอายุ และเขตพื้นที่อยู่อาศัย‘ห้องทดลองสมองเสื่อม’ เป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนเพื่อให้ความรู้และรับฟังความคิดเห็นต่อการพัฒนาระบบคัดกรองคัดแยกภาวะสมองเสื่อม ผ่านเว็บไซต์ https://dementia.riseimpact.co/ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ข้อค้นพบเบื้องต้น (preliminary findings) ว่าประชาชนมีความต้องการต่อการคัดกรองคัดแยกภาวะสมองเสื่อมอย่างไร ประชาชนในแต่ละบริบท แต่ละกลุ่มอายุ พื้นที่อาศัย เขตเมือง-ชนบท คละจังหวัด จะมีความต้องการต่อระบบคัดกรองคัดแยกอย่างไรการยกระดับระบบคัดกรองคัดแยกภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ- นำเสนอผลการหารือกับสาธารณะเรื่องความต้องการ การคัดกรองคัดแยกภาวะสมองเสื่อม- อภิปรายเป้าหมายและการใช้จุดแข็งของหน่วยงานในการร่วมผลักดันสู่การปฏิบัติจริง (แบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย)- อภิปรายความเป็นไปได้ในการเกิดขึ้นจริง ผลกระทบหากถูกนำไปปฏิบัติ และโอกาสขยายผลประชาชนทั่วไปที่มีความต้องการรู้ภาวะทางสมองของคนในครอบครัว ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมองเสื่อม เจ้าหน้าที่พยาบาล โรงเรียนผู้สูงอายุ และตัวแทนสื่อแนวทางพัฒนาระบบคัดกรอง คัดแยก และคัดกลุ่ม (วินิจฉัย) โรคสมองเสื่อมตัวแทนผู้ที่มีความเข้าใจในระบบการจัดการและดูแลโรคสมองเสื่อมในแต่ละพื้นที่ แบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย คือ กลุ่มพื้นที่ต้นแบบ พื้นที่ขยาย และพื้นที่ทั่วไป โดยไม่ได้จำกัดตำแหน่งที่รับผิดชอบในพื้นที่- ร่วมระบุผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบคัดกรอง-คัดแยก-คัดกลุ่ม (วินิจฉัย) บทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้อง และความท้าทายในแต่ละพื้นที่- ร่วมระดมความคิดเห็นแนวทางการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นระบบการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในภาวะสมองเสื่อม- แลกเปลี่ยนความเข้าใจต่อภาวะสมองเสื่อม และภาพสำเร็จในการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้ - แลกเปลี่ยนประสบการณ์การกระตุ้นให้ประชาชนเข้าใจจากกรณีศึกษาพื้นที่คีรีรัฐนิคม- ร่วมระดมความคิดเห็นเชิงนโยบายเพื่อกระตุ้นการสร้างความเข้าใจในภาวะสมองเสื่อมแบ่งเป็น 3 มุมมองหลัก ได้แก่ มุมมองผู้รับบริการ - กลุ่มที่ควรป้องกันตัวไม่ให้เป็นโรคสมองเสื่อม : กลุ่มผู้สูงอายุ - กลุ่มที่น่าจะต้องการเข้ารับการคัดกรอง : กลุ่มผู้มีภาวะเสี่ยง (ผู้สูงอายุ)- กลุ่มที่ควรมีความรู้ในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม : ครอบครัวที่มีผู้ป่วยสมองเสื่อมมุมมองผู้ที่รับผิดชอบหรือมีศักยภาพในการกระตุ้นฝั่งผู้รับบริการให้มีความรู้ความเข้าใจในภาวะสมองเสื่อมคือ หน่วยงานส่วนกลาง ได้แก่ กรมสุขภาพจิต กรมกิจการผู้สูงอายุ มุมมองผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สร้างความเข้าใจเรื่องสมองเสื่อมได้แก่ ตัวแทนพื้นที่ต้นแบบ ทั้งจากมุมมองฝั่งสาธารณสุขและท้องถิ่น และผู้เชี่ยวชาญด้านสมองเสื่อม
ข้อสรุปจากกระบวนการจากกระบวนการที่สร้างการมีส่วนร่วมจากผู้เข้าร่วมอันหลากหลายสามารถเกิดข้อสรุปในเชิงเนื้อหาได้ดังนี้

ระบบคัดกรองภาวะสมองเสื่อม

  • ยุทธศาสตร์ย่อยที่ 1

    ผู้สูงอายุทุกคนเข้าถึงการคัดแยกภาวะ การรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย (MCI)

  • ยุทธศาสตร์ย่อยที่ 2

    ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจต่อภาวะ การรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย (MCI) และ ภาวะสมองเสื่อมที่ถูกต้อง

  • ยุทธศาสตร์ย่อยที่ 3

    จัดให้มี intervention กระตุ้นสมองและชะลอความเสื่อมสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย (MCI) ในระดับครอบครัวจนถึงชุมชน

ดาวน์โหลดข้อสรุป

กลไกเจ้าภาพบริหารจัดการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระยะยาวและการดูแลผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม

  • แนวทางที่ 1

    ลดผลกระทบต่อผู้ดูแลจากการดูแลผู้ป่วย

  • แนวทางที่ 2

    เสริมแรงใจ เพื่อให้ผู้ดูแลมีกำลังใจพอที่จะสู้กับความเหนื่อย ความท้อจากการดูแลอย่างต่อเนื่อง

  • แนวทางที่ 3

    ส่งต่อองค์ความรู้ เพื่อให้ผู้ดูแลมีองค์ ความรู้ที่เพียงพอต่อการดูแล

ดาวน์โหลดข้อสรุป

สิ่งที่เกิดขึ้นจาก
กระบวนการ

Policy dialogue ไม่ได้มีแต่ผลลัพธ์เชิงเนื้อหา แต่ยังสามารถสร้างคุณค่าในการผลักดันเชิงนโยบาย

  • ผู้เข้าร่วมสะท้อนว่าเป็นประโยชน์กับตนเองและงานที่ทำ จากการแลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลาย

    เห็นแนวทางที่น่าสนใจสามารถพัฒนาต่อยอดงาน ของตนเอง ได้คุยกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งน่าจะผลักดันร่วมกันต่อได้

    ได้เห็นการแสดงความคิดเห็นจากหน่วยงานของรัฐ และประชาชน สามารถสะท้อนให้เห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีความจำเป็นและสำคัญ

    แพทย์ประสาทวิทยาได้รับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนประชาชน ทำให้เห็นว่าควรคิดโจทย์เพื่อตอบ ความต้องการประชาชนจริงๆ จากเดิมที่ไม่ได้รับฟังขนาดนี้มาก่อน

  • เป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถร่วมมือกันได้หลังจากกิจกรรม

    ผู้พัฒนาบอร์ดเกมได้ติดต่อกับตัวแทนจากคลินิก ผู้สูงอายุ เพื่อพัฒนาสื่อสร้างสรรค์สำหรับโจทย์นี้

    แพทย์ประสาทวิทยาได้แลกเปลี่ยนกับพื้นที่ที่มีโอกาสนำร่อง และเห็นโอกาสทดลอง intervention หรือ เครื่องมือที่เกี่ยวข้องหลังจากนี้

    ตัวแทนกรมอนามัยได้ประโยชน์จากที่ได้เห็นแนวทางพัฒนา intervention สำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม และสนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งถัดไป

  • ได้เผยแพร่ข้อมูลในวงกว้างผ่านช่องทางออนไลน์

    ตัวแทนสื่อสะท้อนว่าสามารถนำเอาสิ่งที่ได้จากวันนี้ ไปต่อยอดเพื่อให้สังคมรู้เรื่องนี้มากขึ้น

    ทีมจัดทำโครงการไปเล่าเรื่อง policy dialogue ในครั้งนี้ผ่าน podcast

    สื่อได้นัดหมายผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ที่พบกันในวงหารือไปเป็นแขกรับเชิญใน podcast ด้วยเช่นกัน

ข้อเสนอเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้อง

จากการสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาจากกระบวนการที่ใช้วิธีการอันหลากหลาย จึงเกิดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายขึ้น

  • การพัฒนาหน่วยประสาน การดูแลเพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยในระดับจังหวัด (Care Coordination Unit - CCU)

  • การเสริมพลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

  • logo
  • ต้องการรับข่าวสารเกี่ยวกับ Policy Dialogue

    ช่องทางการสื่อสาร

  • logo

    สำนักงานใหญ่

    บริษัท ไรซ์ อิมแพค จำกัด
    14 ซอยเจริญนคร 2 ถนนเจริญนคร
    แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน
    กรุงเทพ 10600

Copyright © 2022 RISE Impact. All rights reserved.